การตรวจสอบสินค้า

ไม่ว่าการพิจารณาเลือกผู้ขายคุณสมบัติของสินค้าราคาและนโยบายที่เกี่ยวข้องได้ดีเพียงใดก็ตามถ้าไม่มีการตรวจสอบที่ดีแล้ว ผู้ซื้อย่อมไม่มีทางรู้ได้ว่าสินค้าที่ซื้อมา มีคุณสมบัติ ราคาเป็นไปตามที่กำหนดไว้หรือไม่ หลังจากที่ได้รับสินค้าแล้ว การตรวจสอบสินค้าถือว่าเป็นขั้นตอนหนึ่งที่มีความสำคัญ อย่างน้อยก็เพื่อเป็นหลักประกันว่าสินค้าที่เราสั่งซื้อนั้น ถูกต้องได้ครบตามจำนวน ที่ได้สั่งซื้อ โดยสามารถนำเทคนิคดังต่อไปนี้ ไปประยุกต์ใช้เพื่อการตรวจสอบสินค้าที่ถูกต้องต่อไป

ผู้ซื้อควรมอบหมายหน้าที่ในการตรวจสอบรับสินค้าให้กับบุคคลหรือพนักงานคนที่ไว้ใจได้ โดยบุคคลนั้นควรปฎิเสธการรับสินค้า หากไม่ได้มาตรฐานตามหัวข้อดังต่อไปนี้

  • เอกสารการตรวจสอบจากเอกสาร เช่น
  • - ใบสั่งซื้อสินค้า (PO)
  • - ใบกำกับภาษี
  • - ใบส่งของ
  • - ใบรับรองสินค้า (ใบ Cer)
  • - ใบแสดงคุณสมบัติของสินค้า (Spec)
  • - เอกสาร MSDS

การตรวจสอบจากเอกสาร สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดเบื้องต้น เช่น ผู้ขายส่งสินค้าผิดประเภทจากที่สั่ง หรือผู้ซื้อสั่งสินค้าผิดประเภทจากที่ผู้ใช้ต้องการ เป็นต้น

นอกจากนั้นแล้ว ผู้ซื้อควรตรวจสอบความถูกต้องของประเภทสินค้า ราคา ตลอดจนเงื่อนไขที่ระบุในเอกสาร ว่าถูกต้องกับที่ตกลงกันเอาไว้หรือไม่

ในกรณีที่ผู้ขายมีพฤติกรรมรับซื้อสินค้าที่ถูกขโมยมา การซื้อสินค้าควรจะต้องมีเอกสารกำกับทุกครั้ง จะช่วยลดความเสี่ยงจากความผิดในการรับซื้อของโจรได้อีกส่วนหนึ่งด้วย อ่าน “ การรับซื้อของโจร ” ใน “ เทคนิคการเลือกซื้อของที่ถูกต้อง

  • บรรจุภัณฑ์ - สภาพภายนอก

ตรวจสอบโดยดูจากรายละเอียดข้อความบนฉลากที่ติดมากับภาชนะ กับรายการสินค้าที่ปรากฏในใบกำกับภาษีหรือเอกสารการส่ง ว่าตรงกันหรือไม่ และบรรจุภัณฑ์ควรมีสภาพสมบูรณ์ ไม่แตก รั่ว หรือการซึมของสินค้า ปรากฏให้เห็น

  • การปิดผนึก

โดยทั่วไป ผู้ขายมักจะทำการปิดผนึกฝาบรรจุภัณฑ์หลังจากทำการบรรจุเสร็จเรียบร้อยแล้ว สินค้าที่ส่งมอบให้ลูกค้า บรรจุภัณฑ์ควรจะมีการปิดผนึกฝาอยู่ในสภาพที่เรียบร้อย ไม่มีร่องรอยการเปิดหรือฉีดขาด

  • การชั่งน้ำหนักสินค้า

การตรวจวัดสินค้าประเภท Solvent ตามปริมาตรการบรรจุนั้นต้องอาศัยอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ที่มีราคาแพง ผู้ขายส่วนใหญ่จึงใช้วิธีการบรรจุสินค้าโดยใช้มาตรฐานที่เป็นกิโลกรัม ซึ่งสะดวกและถูกกว่าในการตรวจสอบ โดยใช้วิธีการเทียบหาค่าน้ำหนักด้วยการเอาปริมาตร คูณด้วย “ ความถ่วงจำเพาะ ” ของสารนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็น ถัง 200 ลิตร , ปี๊บ 18 ลิตร , แกลลอน 20 หรือ 30 ลิตร เป็นต้น

ตัวอย่างการคำนวณน้ำหนัก
  • สินค้า : โทลูอีน
  • ความถ่วงจำเพาะ : 0. 855
  • บรรจุภัณฑ์ : ถัง 200 ลิตร
  • น้ำหนัก : 200 * 0.855 = 171 กก.
  • น้ำหนักถังเปล่า

การชั่งน้ำหนักสินค้านั้นเป็นการชั่งที่รวมน้ำหนักของถังด้วย ดังนั้นผู้ซื้อต้องทำการหักน้ำหนักของถังเปล่าออกเสียก่อน จึงจะได้น้ำหนักของสินค้าที่แท้จริง โดยถังเปล่าแต่ละใบจะมีน้ำหนักอยู่ระหว่าง 18 – 22 กก.ต่อใบขึ้นอยู่กับความหนาของเนื้อเหล็กที่นำมาทำถัง

ปกติจะมีการระบุน้ำหนักถังเปล่าเอาไว้ที่ข้างถัง ในเบื้องต้นผู้ซื้ออาจนำตัวเลขน้ำหนักถังเปล่าที่ระบุข้างถังมาใช้คำนวณก่อนได้ แล้วเมื่อใช้สินค้าในถังหมดแล้วจึงนำถังเปล่าใบนั้นๆไปชั่งน้ำหนักอีกครั้งหนึ่ง เพื่อตรวจสอบว่าน้ำหนักถังเปล่าที่ระบุอยู่ข้างถังนั้นถูกต้องหรือไม่

  • สภาพสินค้า

การตรวจสี กลิ่น หรือความใสของสินค้าช่วยลดความผิดพลาดได้ส่วนหนึ่ง เนื่องจากสาร Solvent เป็นสารที่มีกลิ่นเฉพาะตัว ผู้ใช้ หรือผู้ซื้อที่คุ้นเคยกับสินค้าจะสามารถสังเกตเห็นความผิดพลาดของการส่งสินค้าผิดจากสี กลิ่น หรือความใสของสินค้าได้ไม่ยาก

อนึ่ง หากสังเกตเห็นความผิดปกติในสี กลิ่น หรือความใส ของสินค้า ผู้ใช้ไม่ควรนำสินค้าไปใช้ทำการผลิต ก่อนการตรวจสอบโดยละเอียด โดยเฉพาะถ้ามีการเก็บสินค้าดังกล่าวเอาไว้เป็นเวลานาน หรือเก็บปะปนกับของเสียที่ใช้แล้ว

  • การตรวจสอบสินค้าอย่างละเอียด

ในกรณีที่มีความสงสัยว่ามีสิ่งผิดปกติกับสินค้าที่ซื้อมา ผู้ซื้อควรทำการสุ่มเก็บตัวอย่างสินค้าเอาไว้ เพื่อนำไปตรวจด้วยเครื่องมืออย่างละเอียดต่อไป